ฟุตซอล และฟุตบอลต่างกันไร

ฟุตซอล

 

ฟุตซอล และฟุตบอลต่างกันไร หลายๆคน อาจเคยสงสัยใช่ไหมคะ กีฬา 2 ประเภท มีความแตกต่างกันอย่างไร

สำหรับวันนี้ เรามีคำตอบมาฝากคะ

 

1.  จำนวนผู้เล่น

ฟุตซอล จะมีผู้เล่นทั้งหมดเยง 5 คนเท่านั้น และ หนึ่งในนั้น รวมผู้รักษาประตูด้วย ส่วนผู้เล่นตัวสำรอง สามารถมีได้

ถึง 7คน และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่น ได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดครั้ง ผู้เล่นที่ออกไปแล้ว สามารถกลับเข้ามาเล่นได้อีก

ครั้ง ซึ่งการเล่น หากเหลือผู้เล่นเพียง 3 คน รวมผู้รักษาประตู ต้องยกเลิกการแข่งขันนั้น

ฟุตบอลสำหรับผู้เล่นฟุตบอล จะประกอบผู้เล่นตัวจริง จำนวน 11 คน หนึ่งในนั้นรวมผู้รักษาประตูด้วย และมีผู้เล่น

ตัวสำรองได้ไม่เกิน 7คน ซึ่งไว้สลับลงเล่น ในกรณีที่ผู้เล่นตัวจริง เกิดอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถเล่นได้ หรือ ตาม

ความเหมาะสมตาม กรณีต่างๆ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ดูแลทีมนั้นๆ

 

2.  ขนาดของลูกบอล

ฟุตซอล มีขนาดอยู่ที่ประมาณเบอร์ 4 เท่านั้น

ฟุตบอล จะใช้ลูกอยู่ที่ขนาดประมาณเบอร์ 5

 

3.  กฎกติกา

สนามฟุตซอล จะมีขนาดความยาวอยู่ที่ (ตามมาตรฐานการแข่งขันนานาชาติ) ต่ำสุดอยู่ที่ 38 เมตร – 42 เมตร

และมีขนาดความกว้าง อยู่ที่ 18 เมตร – 22 เมตร

สนามฟุตบอล เนื่องจากจำนวนผู้เล่น ที่เยอะกว่า เลยทำให้มันต้องมีขนาด ใหญ่กว่าตามไปด้วย โดยเฉลี่ยจะมีขนาด

ความกว้างอยู่ที่ 50 หลา -100 หลา ความยาวต่ำสุดจะอยู่ที่ 100 หลา – 130 หลา

 

4.  ความเร็วในการเดินเกมส์

ฟุตซอลการเดินเกมส์ จะค่อนข้างรวดเร็ว และเร้าใจกว่ากีฬาฟุตบอล พอสมควร

ฟุตบอล จะเป็นกีฬา ที่ต้องใช้เทคนิค พอสมควร การเดินเกมส์จึงไม่เร็วมาก

 

จากข้างต้น จะเป็นความแตกต่างที่ค่อนข้างจะเห็นได้ชัด ของกีฬาระหว่างฟุตบอลกับฟุตซอลนะคะ เมื่อทราบแล้วก็

อย่าลืมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาทั้งสองประเภทนะคะ

หน้าที่ของผู้รักษาประตู

ผู้รักษาประตู

 

ผู้รักษาประตู มีหน้าที่และมีความสำคัญ ไม่แพ้ตำแหน่งหรือผู้เล่นคนอื่นๆ ซึ่งเท่าที่เราทราบกัน ผู้รักษาประตู

จะมีหน้าที่หลักๆ คือ ป้องกันประตูของตัวเอง เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม ยิงประตู หรือ สามารถทำคะแนนได้

แต่เพื่อนๆ ทราบไหมคะ ว่าจริงๆ แล้ว ผู้รักษาประตู มีหน้าที่ ที่ละเอียดมากกว่าที่เราๆ รู้กัน

 

วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 10 หน้าที่ของผู้รักษาประตู ให้เพื่อนๆ ทราบกันคะ

 

1.  ป้องกัน ปัดป้อง สกัด ทำทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ลูกบอล เลยข้ามเส้นประตูไปได้

 

2.  ช่วยเพื่อนๆในทีม ด้วยการสื่อสารต่างๆ เนื่องจากผู้รักษาประตู อยู่หลังสุด จะมองเห็นทุกอย่าง ที่อยู่ในสนาม

 

3.  สร้างความเชื่อมั่นให้เพื่อนร่วมทีม เพื่อให้เพื่อนในทีม ได้มุ่งมั่นในการเล่น โดยที่ไม่ต้องกังวล ถึงการเสียประตู

 

4.  ผู้รักษาประตูต้องมี ทักษะการใช้ส่วนต่างๆของ ร่างกาย ที่ดีทุกด้าน เช่น การใช้มือ แขน ขา ในการปัดป้อง

หรือ สกัดลูกบอลที่เข้ามาใกล้เส้นประตุของเรา

 

5.  ต้องรู้จักทันเกมส์ หรือ สามารถมองเกมส์ของฝ่ายตรงข้ามได้ เพื่อเตรียมตัวตั้งรับ การเข้ามาทำคะแนน ของฝ่าย

ตรงข้าม

 

6.  ต้องมีไหวพริบและมีความรวดเร็ว ในการเตรียมตัวรับลูก ที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามพาเข้ามาเพื่อยิงประตู

 

7.  ต้องมีทักษะการล้มลุก คลุกคลาน การลอยตัว และการลงสู่พื้นที่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดบาดเจ็บ

 

8.  ต้องมีร่างกายที่แข็งแรง และอดทน ไม่แพ้ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องมีแรงในการเตะบอล ให้ได้ระยะไกล และ แม่นยำ

 

9.  อุปกรณ์ส่วนตัว สำหรับการแข่งขัน ต้องพร้อม เช่น ถุงมือคู่ที่มีขนาดพอดี ใส่ถนัด เป็นต้น

 

10.  พยายามยืนให้ถูกที่ถูกเวลา  ซึ่งทำให้เราไม่จำเป็นต้องกระโดดพุ่งปัดลูกบอล ที่อาจทำให้เราเกิดอาการ

บาดเจ็บภายหลังได้ และ เพื่อง่ายต่อการปัดป้องลูกบอล ที่ฝ่ายตรงข้ามพยายามทำการยิงประตู

 

เพื่อนๆ คงเห็นแล้วใช่ไหมค่ะ ว่าผู้รักษาประตู มีหน้าที่ และต้องฝึกฝนตัวเอง ให้มีทักษะที่ดี ไม่แพ้ผู้เล่นคนอื่นๆเลย

ทราบอย่างนี้แล้ว ก็อย่าลืม เป็นให้กำลังใจ ผู้รักษาประตูในการทำหน้าที่ นะคะ

 

การเตะจุดโทษ

ผู้รักษาประตู

 

การเตะจุดโทษ ในการแข่งขันฟุตบอล มีการเตะ หรือ ยิงจุดโทษ 2 แบบ คือ

 

1.  การเตะลูกโทษระหว่างการแข่งขัน

เกิดจากการที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งทำฟาล์ว ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ตั้งแต่ภายใน

เขตโทษ โดยที่ฝ่ายที่ได้ยิง จะมีสิทธิ์ยิงได้หนึ่งครั้ง และ ปล่อยให้เกมส์ ดำเนินต่อไป ตามปกติ

 

2.  การเตะลูกโทษหลังจากจบการแข่งขันตามเวลาที่กำหนด

เกิดจากทั้ง 2 ฝ่าย มีคะแนนเท่ากัน จึงจะทำการยิงลูกโทษ ในการตัดสิน เพื่อหาฝ่ายชนะ โดยแต่ละฝ่าย

จะมีผู้ยิงฝ่ายละ 5 คน และยิงแบบสลับกัน  และหาก ยังมีคะแนนเท่ากัน ก็จะยิงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผู้ชนะ

 

ตำแหน่งของลูกบอลและผู้เล่น

1.  ลูกบอล ต้องตั้งอยู่ บนจุดโทษ

2.  ผู้เตะลูกโทษ ต้องแสดงตัว อย่างชัดเจน

3.  ผู้รักษาประตูฝ่ายรับ ต้องยืนอยู่บนเส้นประตู ระหว่างเสา

4.  ผู้เล่นคนอื่นๆ ต้องอยู่ ในสนามแข่งขัน และ ห่างจากผู้เตะลูกโทษ ประมาณ 10 หลา

 

ขั้นตอนการเตะจุดโทษ

1.  ผู้เล่น อยู่ในตำแหน่งตามกติกา

2.  ผู้ตัดสิน จะให้สัญญาณ ในการเล่น

3.  ผู้เล่น ที่ทำการเตะลูกโทษ จะต้องเตะลูก ไปข้างหน้า

4.  ผู้เล่น จะต้องไม่เล่นบอล เป็นครั้งที่สอง ก่อนที่ลูกบอล จะถูกสัมผัส โดยผู้เล่นคนอื่นก่อน

5.  ลูกบอล จะถูกเล่นอีกครั้ง เมื่อได้มีการเตะ ไปข้างหน้าแล้ว

 

 

 

อุปกรณ์พื้นฐานในการเล่นฟุตบอล

มือใหม่หัดแทงบอล

 

อุปกรณ์ พื้นฐานในการเล่นฟุตบอล

 

ในการเล่นฟุตบอลนั้น จะมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ อุปกรณ์สำหรับการแข่งขัน และ อุปกรณ์

สำหรับใช้ส่วนตัว ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างนั้น เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยคะ

 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้สำหรับการแข่งขัน

อุปกรณ์ที่ใช่ในการแข่งขัน จะมีความสำคัญมาก หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จะไม่สามารถแข่งขันได้ ได้แก่

 

1.  ลูกฟุตบอล ซึ่งถือว่าสำคัญมากๆ หากขาดไป ก็ไม่ใช่กีฬาฟุตบอลแน่นอน ใช่ไหมคะ  ซึ่งในการแข่งขันนัดสำคัญ

หรือแมทใหญ่ๆ นั้น ลูกฟุตบอล ที่ใช้ในการแข่งขัน จะต้องได้รับการยอมรับจาก FIFA และ มีมาตรฐานน้ำหนักที่ ประมาณ

396-450กรัม

 

2.  ตาข่ายฟุตบอล ตาข่ายต้องมีสภาพที่ดี ไม่มีรอยขาด หรือเป็นช่องโหว่ และต้องติดตั้งกับเสาอย่างแน่นหนา

 

3.  เสาประตู ต้องมีความมั่นคง แข็งแรง ก่อนทำการแข่งขัน ควรมีการตรวจสอบก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย

ของทุกคนที่อยู่ในสนาม

 

4.  ธงมุมสนาม จะปักอยู่ตรงมุมของสนาม เพื่อบอกเส้นหลัง เพื่อเป็นเกณฑ์ให้กรรมการ สังเกตเวลาที่ ลูกออกจาก

สนาม และเป็นจุดที่ใช้ในการ ตั้งเตะลูกมุม

 

5.  ป้ายคะแนน ทำไว้สำหรับการบอกคะแนน ในขณะทำการแข่งขัน แต่หากเราเล่นกันอย่างสนุกๆ ไม่ใช่การ

แข่งขันที่ดูจริงจัง ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้

 

อุปกรณ์lสำหรับใช้ส่วนตัว

สำหรับตัวของนักกีฬานั้น อุปกรณ์ส่วนตัวที่ต้องใช้ ได้แก่ เสื้อ กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และสนับแข้ง สำหรับผู้รักษา

ประตู ก็จะมีในส่วนของถุงมือ เพิ่มเติมเข้ามา และการสีของเสื้อผ้าที่ต่างกับผู้เล่น

 

 

 

เทคนิคการยิงประตู

เทคนิคการยิงประตู

 

เทคนิคการยิงประตู

 

การยิงประตู คือ การนำลูกบอล ผ่านไประหว่าง เส้นประตูทั้งสองข้าง ภายใต้คานประตูของ ฝ่ายตรงข้าม

ด้วยอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย ยกเว้น แขน หรือมือ โดยนับจากหัวไหล่ ตลอดลำแขน จนถึงปลายนิ้วทั้งห้า

 

ซึ่งจุดมุ่งหมายของการเล่นกีฬาฟุตบอล คือ การที่ได้ประตู หรือ นำลูกบอล ให้ผ่านประตู ของผ่านตรงข้าม ได้สำเร็จ

ซึ่งเรามีเทคนิค การยิงประตูมาฝาก ดังนี้คะ

 

1.  พยายามหาพื้นที่ให้ตัวเอง เพื่อให้อยู่ในตำแหน่ง ที่สามารถ ยิงประตูได้

 

2.  การตัดสินใจ ต้องเด็ดขาด ที่จะผ่านกองหลัง หรือ แม้แต่การแย่งโหม่ง เพื่อทำประตู

 

3.  ตาต้องมองที่ประตู กะระยะก่อนยิงประตู

 

4.  เท้าข้างที่เป็นหลัก วางขนานกับพื้น และห่างจากลูก พอประมาณ

 

5.  เอนลำตัวไปข้างหลัง เล็กน้อย พร้อมกับกางแขนออก เป็นการช่วยทรงตัว

 

6.  เหยียดข้อเท้าลง เตะลูกให้เต็มเท้า พยายามอย่าแตะลูก ให้สูงจนเกินไป

 

7.  เตะบอล อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกัน ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาแย่งลูก

 

8. เมื่อยิงไปแล้ว ให้วิ่งตามทันที เพื่อการยิงซ้ำ ที่อาจมีโอกาสเกิดขึ้น

 

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือ เทคนิค หรือวิธีการยิงประตู แต่อีกอย่างที่สำคัญ ไม่แพ้กัน คือ การทำงานที่มีความสัมพันธ์กัน

ชองสมาชิกทุกคนในทีม ไม่ว่าจะเป็นการส่งลูก คืนลูก หรือ การเข้าหาลูกที่โยนมาอย่างถูกต้อง

เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ของทีมร่วมกัน

กีฬา ที่คนไทยชอบดู

กีฬา

 

กีฬา ที่คนไทยชอบดู

 

กีฬาบ้านเรามีมากมายหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกัน คนดูก็เช่นกัน มีความนิยม และ ความชอบที่ต่างกัน สำหรับวันนี้

เราจะมาส่อง 4 ประเภทกีฬาที่คนไทยชอบดูมากที่สุด กันคะ

 

อันดับหนึ่ง

ฟุตบอล เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในทุกยุค ทุกสมัย มีการแข่งขันทั้งในระดับย่อย ระดับประเทศ ไปจนถึงระดับโลก ทำให้คนดูอย่างเราๆ

ได้ติดตาม ลุ้นผลกันอย่างไม่เคยหยุด

 

กีฬา ฟุตบอล

 

 

อันดับสอง

ชกมวย ที่เป็นทั้งกีฬา และเป็น เอกลักษณ์อย่างหนึ่ง ของคนไทยเรา อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียง ให้กับนักชก และ ประเทศไทย ในหลายๆ

รายการที่ไปแข่งขันมาแล้ว นับไม่ถ้วน

 

ชกมวย

 

 

อันดับสาม

วอลเล่ย์บอล ที่สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทย มาหลายรายการ ซึ่งทำให้คนดูอย่างเรา สนุกสนาน และ ได้ลุ้นไปพร้อมๆกัน

 

วอลเลย์

 

 

อันดับสี่

แบดมินตัน เป็นกระแสมาแรง เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แบดมินตันเป็นอีกกีฬาที่สนุกสนานและน่าติดตาม  อีกทั้งยังเป็นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้

กับประเทศไทยไม่น้อย

 

แบด

 

 

การเลือกเล่นกีฬา ให้เหมาะกับช่วงเวลา

การเลือกเล่นกีฬา

 

การเลือกเล่นกีฬา ให้เหมาะกับช่วงเวลา

 

จริงๆแล้ว เราสามารถเล่นได้ทั้ง เช้า บ่าย เย็น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ความสะดวกของเรา ว่าเราว่างหรือ

พอมีเวลาตอนไหนบ้าง  และเมื่อเรามีช่วงเวลาที่ว่าง สำหรับการเล่นกีฬาแล้ว การเลือกประเภทของกีฬา ที่จะเล่น

ก็ควรให้เหมาะสมกับ ในแต่ละช่วงเวลาด้วย วันนี้เรามีตัวอย่าง ของกีฬาที่เหมาะสมกับ แต่ละเวลา มาฝากกันคะ

 

การเล่นกีฬาช่วงเช้า

หลังจากที่ร่างกาย ได้รับการพักผ่อน มาแล้วทั้งคืน หลายคน เลือกที่จะใช้เวลาช่วงเช้า ในการเล่นกีฬาเบาๆ เพื่อให้

ร่างกายกระตุ้นระบบเผาผลาญ และ กระตุ้น ระบบการทำงานของหัวใจ  อีกทั้งช่วยให้ร่างกาย รู้สึกกระปรี้กระเปร่า

มากขึ้น เนื่องจากการออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกาย หลั่งสารแห่งความสุข ออกมาก ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

พร้อมรับวันใหม่ ซึ่งกีฬา ที่แนะนำให้เล่นในช่วงเช้า ได้แก่ การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือ การเล่นโยคะ เป็นต้น

 

การเล่นกีฬาช่วงบ่าย

ช่วงบ่ายจะ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด สำหรับการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา เพราะเป็นช่วงที่ ร่างกายทำงานได้เต็มที่

อุณหภูมิในร่างกาย จะเป็นปกติที่สุด ซึ่งการเล่นกีฬาในช่วงนี้ ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมน และการไหลเวียน

ที่สูงกว่าในช่วงเช้า ซึ่งกีฬาที่เล่นในช่วงบ่าย ควรเป็นกีฬาที่เล่นในร่ม เช่น ว่ายน้ำ แบดมินตัน วอลเลย์บอล เป็นต้น

 

การเล่นกีฬาช่วงเย็นถึงค่ำ

โดยปกติ คนส่วนใหญ่ มักจะเลือกเล่นกีฬากันตอนนี้ เพราะเป็นช่วงที่ทุกคน จะว่างจากการทำงาน สามารถใช้เวลาได้

อย่างเต็มที่ ซึ่งกีฬาที่เล่นในเวลานี้ เช่น การว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิค ฟุตบอล เป็นต้น

และเมื่อเราเล่นกีฬาเสร็จแล้ว ควรดื่มน้ำ เพื่อปรับอุณหภูมิของร่างกาย ให้เป็นปกติ และ ควรเว้นระยะเวลาห่าง

ประมาณ 4ชั่วโมง ก่อนการเข้านอน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล และ นอนหลับอย่างสนิท

 

การเลือกเล่นกีฬา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน ก็สามารถทำได้หมดขึ้นอยู่กับความสะดวกของตัวผู้เล่นเอง แต่สิ่งที่

สำคัญคือ การเล่นอย่างต่อเนื่อง และ สม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีต่อไปนะคะ

 

เทคนิคการเลี้ยงบอล

เทคนิคการเลี้ยงบอล

 

เทคนิคการเลี้ยงบอล นั้น เพื่อนๆคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เป็นหัวใจหลักสำคัญ ของการเล่นฟุตบอล เลยก็ว่าได้

เพราะหากนักบอล ขาดทักษะ หรือ ไม่มีเทคนิค ในการเลี้ยงบอลแล้ว จะมีโอกาสเสียเปรียบฝ่ายตรงข้ามได้ อีกทั้ง

การเลี้ยงบอลนั้น ยังเป็นการแสดงถึง ความสามารถในตัวผู้เล่นด้วย ว่าผู้เล่นนั้นมีทักษะ หรือความสามารถ มากน้อย

เพียงใด ซึ่งการเลี้ยงบอลที่ดี ผู้เล่นต้องรู้จักจังหวะของลูกบอล มีความคล่องแคล่ว ว่องไว และ พร้อมที่จะส่งต่อ

หรือเล่นต่อตามที่เราต้องการได้

 

เมื่อเพื่อนๆ ทราบกันแล้วว่า การเลี้ยงบอล นั้นมีความสำคัญ ดังนั้น วันนี้ เรามาเทคนิคการเลี้ยงบอล ที่ถูกวิธีมาฝาก

กันเหมือนเดิมคะ

 

การเลี้ยงบอล ด้วยข้างเท้าด้านใน

1. แยกเท้า ห่างกันพอประมาณ ให้ลูกอยู่ระหว่างขอทั้งสองข้าง

2.  เขี่ยลูก ด้วยเท้าด้านใน สลับกันไปมา ซ้าย-ขวา

3.  ฝึกเลี้ยงลูก ไปข้างหน้า ให้มีความคุ้นชิน

 

การเลี้ยงบอล ด้วยข้างเท้าด้านนอก            

1.  บิดข้อเท้า ให้ปลายเท้า ชี้ออกนอกลำตัว

2.  วางลูกบอลให้อยู่ข้างเท้า ด้านนอก

3.  โยกตัวไปทางด้านซ้าย แล้วค่อยๆ เลี้ยงลูกบอล ออกไปทางด้านขวา

4.  สลับโยกตัวไปทางด้านขวา แล้ว เลี้ยงลูกบอล ไป ทางด้านซ้ายบ้าง

5.  ให้ฝึกทำสลับกัน จนคล่อง

 

การเลี้ยงลูกบอล ด้วยหลังเท้า

1. เลี้ยงบอล ให้กลิ้งไปข้างหน้า คล้ายๆ กับการเตะบอล ด้วยหลังเท้า

2.  ค่อยๆ เลี้ยงลูก พร้อมกับการวิ่ง เคลื่อนตัวไป ข้างหน้า

3.  เมื่อมีความชำนาญแล้ว ให้เพิ่มความเร็ว ในการวิ่ง

4.  ให้ฝึกแบบเดิม จนเกิดความชำนาญมากขึ้น

 

เทคนิคการเลี้ยงบอล ที่ดี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วย ให้ทีมเรามีโอกาส ที่จะเป็นฝ่ายชนะได้ ดังนั้น เพื่อนๆก็อย่าลืม

ฝึกเลี้ยงบอล กันให้คล่องนะคะ

 

 

เทคนิคการเลี้ยงบอล

 

 

การเล่นกีฬา แบบมืออาชีพ

แฮนดิแคป

 

การเล่นกีฬา นอกจากจะเล่น เพื่อความสนุกสนาน เพลิดเพลิน หรือเพื่อเป็นการออกกำลังกายแล้ว  การเป็นผู้เล่น

ที่ดี และมีน้ำใจ ก็เป็นส่วนหนึ่ง และ คุณสมบัติหนึ่ง ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพ ให้ผู้เล่นนั้น มีความเป็น นักกีฬาแบบมือ

อาชีพ มากขึ้น ซึ่งเรามีคุณสมบัติเบื้องต้น ง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ มาฝากกัน เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ลองทำ

ตามกันดู ตามข้างล่างนี้เลยคะ

 

1.  มีความรับผิดชอบ มีความมุ่งมั่น กับ การฝึกซ้อม และ ใส่ใจในการทำหน้าที่ พยายามทำเต็มความสามารถ

ยอมรับ หากเกิดความผิดพลาด พยายามที่จะ ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การเล่น เกิดการพัฒนาทั้งในด้าน ฝีมือ

และด้านทักษะ

 

2.  การให้ความเคารพ ในกฎ กติกา ของการเล่น รวมถึงผู้ตัดสิน และ ผู้เข้าชมเกมส์การกีฬา นั้นๆ

 

3.  ตระหนักถึง ความเป็นนักกีฬาของตัวเอง และฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ หรือ การเห็นคุณค่าในฝีมือ

คุณค่าทางทักษะ การเล่นกีฬา ของฝ่ายตรงข้าม แสดงความยินดี เมื่อฝ่ายตรงข้ามมีชัยชนะ หรือ ไม่ถากถาง

หากฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้แพ้ ในเกมส์

 

4.  ให้ความสำคัญ กับการเล่นด้วย ความยุติธรรม มีความตรงไปตรงมา ไม่ฉกฉวยโอกาส ที่จะทำคะแนน เมื่อฝ่าย

ตรงข้าม กำลังได้รับบาดเจ็บ

 

5.  มีทัศนคติที่ดี ต่อการแข่งขัน ไม่ใช้ความพยายาม อย่างแข็งขัน หรือ พยายามทำ ทุกวิถีทาง เพื่อเอาชนะ แต่

เพียงอย่างเดียว หรือ เพื่อความสำเร็จของตนเอง แต่เพียงอย่างเดียว ควรนึกถึง สมาชิกร่วมทีมเป็นหลัก เพราะความ

สำเร็จ ต้องอาศัยการร่วมมือ จากทุกๆคน ในทีม

 

วิธีง่ายๆ ที่เพื่อนๆ ก็สามารถทำได้ ลองนำเอาไปปฏิบัติตาม กันดูนะคะ

 

 

การเล่นกีฬา

 

 

นักกีฬากับการเลือกอาหาร เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย

พนันบอล

สำหรับวันนี้ เรามีหลักการเลือกอาหาร เพื่อเสริมสร้าง สมรรถภาพทางกาย ของ นักกีฬา ที่ควรปฎิบัติ มาฝากกัน ดังนี้

 

1. ควรเลือก ทานอาหาร ให้ครบ 5 หมู่ การได้รับ สารอาหาร ครบ 5 หมู่ จะทำให้ ร่างกาย ได้รับ สารอาหารที่ครบ

ถ้วน ตามหลัก โภชนาการ โดยเฉพาะการได้รับสารอาหาร ที่จะให้พลังงาน แก่ร่างกาย อย่างเช่น จำพวก

คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และ ไขมัน เป็นต้น

 

2. ควรเลือก รับประทาน อาหาร ให้หลากหลายชนิด อย่าเลือก รับประทาน แต่อาหาร ที่เราชอบ หรือ ทาน แต่

เพียง อย่างใดอย่างหนึ่ง เพียงอย่างเดียว เป็นระยะเวลาติดต่อกัน เพราะ จะทำให้ ร่างกาย ขาดสารอาหารได้

 

3. รับประทานอาหาร ที่สะอาด และ ปลอดภัย เพื่อป้องกัน สารปนเปื้อน หรือ พิษ ที่อาจตกค้างอยู่ ในอาหาร ที่อาจ

ก่อ ให้เกิด ผลเสียต่อร่างกาย

 

4. รับประทาน ไขมัน ให้พอเหมาะ เพื่อป้องกัน การสะสมของไขมัน มากเกินไป

 

5. รับประทานอาหาร ที่มีกากใย เป็นประจำ เพื่อช่วยเรื่อง ระบบขับถ่าย

 

6. หลีกเลี่ยง การทานอาหาร ที่มีสารก่อมะเร็ง เช่น อาหารประเภท เผา ย่าง หรือ อาหาร ที่ไหม้เกรียม

 

7. ลด การทานอาหาร รสจัด ที่อาจ ก่อให้เกิดโรค ตามมา ทีหลังได้

 

8. หลีกเลี่ยง เครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ และ เครื่องดื่ม ประเภทน้ำอัดลม ที่จะทำให้เสี่ยงต่อ การเกิดโรคต่างๆ ได้

 

9. สัดส่วนของอาหาร ที่บริโภค ควรเป็นไปตาม หลักโภชนาการ ที่นักโภชนาการแนะนำ

 

10. ควรดื่มน้ำ ให้เพียงพอ ต่อความต้องการ ของร่างกาย ทั้งในช่วงของ การฝึกซ้อม ก่อนการแข่งขัน ตอนแข่งขัน

และ หลังจาก การแข่งขัน เพราะน้ำ มีความสำคัญ กับร่างกาย อย่างมากที่สุด หากร่างกาย ขาดน้ำ แม้แต่ในระยะ

เวลาสั้นๆ จะทำให้ สมรรถภาพ ของร่างกายลดลง

 

โดยเฉพาะ นักกีฬา เมื่อเกิดการ สูญเสียเหงื่อ จะเกิดการกระหายน้ำ แสดงว่า ร่างกายต้องการน้ำ ควรรีบดื่มน้ำ

ชดเชยทันที ไม่ควรปล่อย ให้ร่างกาย ขาดน้ำนานๆ เพราะ จะเป็นผลเสีย ต่อการมีสมรรถภาพ ในขณะแข่งขันได้

 

 

1 2 3 4 5